[รีวิวปากกาหมึกซึม] Platinum Plaisir
- ที่มา: onfountainpens.com
- 11 ต.ค. 2558
- ยาว 2 นาที
ผมก็เหมือนกับผู้ใช้ปากกาหมึกซึมอีกหลายๆคน ที่ประทับใจในคุณภาพของ Platinum Preppy ครับ ก็เลยทำให้อยากหาปากกาของยี่ห้อนี้มาใช้อีกสักด้าม ซึ่งรุ่นที่ถัดจาก Preppy ขึ้นมาก็จะเป็น Platinum Plaisir ครับ
เจ้า Plaisir นี่ใช้ชุดที่จับปากกา (Section) ที่ป้อนหมึก (Feed) และหัวปากกา (Nib) แบบเดียวกับที่ใช้ใน Preppy เลยนะครับ ซึ่งก็ทำให้มั่นใจได้ว่า ยังไงก็เขียนดีเหมือนกับ Preppy แน่ๆ แต่ตรงนี้ก็ทำให้ลังเลใจเหมือนกันครับว่า ราคาของ Plaisir ที่แพงกว่า Preppy ตั้ง 5-6 เท่า จะคุ้มค่ากับการลงทุนรึเปล่า สิ่งที่ได้มา เมื่อเทียบกับเงินที่เสียไปคืออะไร
ปัญหาอยู่ที่ว่า ผมยังไม่เคยเห็นปากการุ่นนี้วางขายในบ้านเราครับ จะสั่งซื้อมาก็ยังสองจิตสองใจอยู่ ก็เลยค้นข้อมูลในเน็ท ดูจากรีวิวและความเห็นของฝรั่งก่อนว่าเค้าคิดกันยังไง ก็เรียบเรียงมาแบ่งปันกันครับ
บทความนี้ผมเรียบเรียงมาจากเรื่อง Platinum: Plaisir (VS. Preppy) ในเว็บ onfountainpens.com ครับ คำว่า ‘ผู้เขียน’ ในบทความนี้ ผมหมายถึง คุณ Maybelline Tan นักวิจารณ์ปากกาหมึกซึมชาวสิงคโปร์ เจ้าของเว็บ onfountainpens.com นะครับ

ภาพจาก yazmakkeyiftir.blogspot.com
ด้ามบนคือ Plaisir ส่วนด้ามล่าง Preppy ครับ
ผู้เขียนมั่นใจว่า สำหรับคนที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึมทุกคนจะต้องรู้จัก Platinum Preppy เป็นอย่างดีอยู่แล้วครับ แต่ผู้เขียนข้อมูลเกี่ยวกับ Preppy มาด้วยครับ
Platinum Preppy
Preppy เป็นปากกาหมึกซึมราคาถูก และคุณภาพดี เหมาะสำหรับผู้ที่จะเริ่มใช้ปากกาหมึกซึม ตัวปากกาของ Preppy ทำจากพลาสติกใสๆ สามารถมองเห็นชิ้นส่วนภายในของปากกาได้ ตัวปากกามีน้ำหนักเบา หัวปากกาทำจากโลหะเคลือบสีสันต่างๆตามสีของปากกา เช่น Preppy สีชมพู ก็จะมีหัวปากกาสีชมพู และน้ำหมึกที่แถมมากับปากกาก็จะเป็นสีชมพูด้วยครับ

ลักษณะเด่นของ Platinum Preppy คือ ระบบกลไกสำหรับปิดปลอกปากกา ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับเป็นการล็อกสองชั้น ล็อกชั้นแรกเป็นตำแหน่งปกติ เมื่อกดปลอกปากกาติดกับตัวปากกา และล็อกอีกชั้นจะอยู่ที่ด้านในของปลอกปากกา โดยส่วนประกอบที่อยู่ด้านในของปลอกปากกานี้จะมีสปริงกดให้ติดสนิทกับหัวปากกา เพื่อให้มั่นใจว่าจะปิดผนึกหัวปากกาได้อย่างแน่นหนา ช่วยป้องกันไม่ให้หัวปากกาแห้งเพราะโดนอากาศได้ดี ทำให้เมื่อหยิบปากกามาเขียนเมื่อไหร่ แม้ว่าจะเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้งานนานๆ ก็จะเขียนออกได้ทันทีครับ ปากกาที่ผู้เขียนเก็บไว้โดยไม่ได้ใช้งานนานถึง 6 เดือน เมื่อหยิบขึ้นมาใช้ ยังมีปัญหาหัวปากกาแห้งเพียงเล็กน้อย แค่ขีดเส้นหนึ่งเส้นลงบนกระดาษ ก็สามารถใช้งานต่อได้ทันที
Platinum Preppy มีความยาว 13.8 ซม. เมื่อปิดปลอกปากกา และยาว 15.4 ซม. เมื่อเสียบปลอกปากกาไว้ที่ท้ายด้าม ผู้เขียนบอกว่า เป็นปากกาที่มีคุณภาพเกินราคาไม่ถึงร้อยบาทไปมากทีเดียว
ราคาของ Platinum Preppy ที่สิงคโปร์ขายอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ส่วนที่อเมริกาขายราว 130-140 บาท ขณะที่ในสหราชอาณาจักรขายกันประมาณ 150-160 บาท ขณะที่บ้านเราขายกันอยู่ไม่ถึง 100 บาทครับ ผมสังเกตว่าปากกาหลายรุ่นที่มีผู้นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา สามารถทำราคาได้ถูกกว่าที่ขายกันในเมืองนอกอีกนะครับ

Platinum Plaisir
ผู้เขียนบอกว่า แม้จะมีบางคนที่บ่นเกี่ยวกับเรื่องรูปลักษณ์ของ Plaisir แต่ผู้เขียนก็มองว่า หน้าตาของ Plaisir ดูดีกว่าราคาค่าตัวอยู่มาก ปากการุ่นนี้ทำให้ผู้เขียนต้องเสียเวลาตอนเลือกซื้ออยู่นานทีเดียวครับ เพราะว่ามีสีสันให้เลือกเยอะ และก็สวยๆทั้งนั้นเลย ในที่สุดผู้เขียนเลยซื้อ Platinum Plaisir นี่ไปทั้งหมด 7 ด้าม 7 สี เลยครับ เรียกว่าเปลี่ยนใช้วันละสี ครบสัปดาห์พอดี 5555

ตัวปากกาของ Platinum Plaisir ทำจากอลูมิเนียม เคลือบสีโดยการทำอะโนไดซ์ครับ ผู้เขียนบอกว่าดูเหมือนจะทนรอยขีดข่วนได้ดีด้วยนะครับ แต่ผู้เขียนก็ออกตัวว่า เขายังได้ปากกามาไม่นานพอที่จะพิสูจน์ถึงเรื่องความทนรอยขีดข่วนนี้ได้ครับ
จริงๆแล้วเรื่องตัวปากกาเป็นอลูมิเนียมอะโนไดซ์นี่ทำให้ผมลังเลใจอยู่มากเหมือนกันครับ เพราะโดยมากแล้วอุปกรณ์ที่ทำสีแบบอะโนไดซ์จะเป็นรอยง่ายมาก อย่างลูกดิ่งโยโย่ หรือรองเท้าสเก็ตของผม ที่มีชิ้นส่วนทำจากอลูมิเนียมอะโนไดซ์ก็จะเป็นรอยขีดข่วนจนดูไม่ได้เลยครับ ผมก็เลยหาข้อมูลจากเว็บอื่นๆอีก 2-3 เว็บ ทุกเว็บก็บอกว่า การเคลือบสีของ Platinum Plaisir มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนจริงๆครับ แต่ยังไงก็ตาม หากใครสนใจปากการุ่นนี้อยู่ ผมก็แนะนำว่าหาซองผ้าใส่แยกจากปากกาด้ามอื่นๆน่าจะชัวร์กว่านะครับ


หัวปากกาของ Platimum Plaisir มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 0.3 (Fine) และ 0.5 มม. (Medium) โดยจะมีขนาดของหัวปากกาเขียนไว้ที่ส่วนบนของปลอกปากกาด้วย ซึ่งทั้งสองขนาดก็เขียนลื่นดีไม่แตกต่างกันครับ ผู้เขียนสังเกตว่าขนาดลายเส้น 0.5 มม.ของ Plaisir แทบจะไม่แตกต่างจากขนาด 0.3 มม. ของ Preppy เลย (ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะใช้หมึกคนละสีกัน หมึกสีดำทำให้เรามองชัดกว่า เลยเห็นว่าเส้นใหญ่ขึ้น ไปพอๆกับ 0.5 มม. น่ะครับ) แต่ผู้เขียนก็ยังรู้สึกว่าหัวปากกา 0.5 มม. มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 มม. และการป้อนหมึกก็ดีกว่าครับ แต่ผู้เขียนให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อาจเป็นไปได้ที่การผลิตหัวปากการุ่นนี้ของ Platinum ยังไม่มีความคงที่มากนัก ทำให้ขนาดของหัวปากกาแต่ละด้ามอาจจะไม่เท่ากันเป๊ะๆ ซึ่งปัญหานี้ผู้เขียนก็สังเกตพบกับหัวปากกาของ Lamy Safari เหมือนกันครับ

ผู้เขียนไม่ค่อยชอบที่จับปากกา (Section) ของ Plaisir และ Preppy ที่เป็นพลาสติกใสๆครับ เพราะเวลาที่ใส่หมึกแล้ว จะเห็นรอยหมึกเลอะเทอะอยู่ข้างใน จุดนี้กลับมีผู้ใช้ปากกาหมึกซึมหลายคนชอบ ที่ได้เห็นเวลาหมึกเดิน ส่วนตัวผมเห็นว่าเป็นเรื่องปกติของปากกาแบบ Demonstrator อยู่แล้วครับ


ในความเห็นของผู้เขียน Plaisir ก็คือ Preppy เวอร์ชันไฮเอน ทั้งในแง่ของความสวยงาม ราคา และความทนทาน เพราะผู้เขียนเคยอ่านพบว่า พลาสติกของ Preppy ค่อนข้างจะเปราะ ซึ่ง Plaisir ที่ทำจากอลูมิเนียมจะใช้งานได้ยาวนานกว่า อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ยังพบว่าหนึ่งใน Plaisir ที่ซื้อมา มีรอยบุ๋มเล็กๆบนตัวปากกาครับ



ชุดที่จับปากกา (Grip Section) ของ Plaisir และ Preppy มีขนาดเท่ากันเป๊ะๆเลยครับ สามารถสลับไปมากันได้ นอกจากนี้ปลอกปากกาก็ยังเปลี่ยนไปมากันได้อีกด้วยนะครับ
ผู้เขียนได้สรุปว่า ปากกาทั้งสองรุ่น เป็นปากกาที่เขียนดีมาก เหมาะสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มใช้ปากกาหมึกซึม หรือสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการลงทุนกับปากกามากเกินไปครับ
สำหรับความเห็นของผม Plaisir เป็นปากกาที่น่าใช้มากอีกรุ่นหนึ่งครับ ในราคาที่สั่งซื้อจาก eBay รวมค่าส่งมาถึงเมืองไทยแล้วจะตกราว 500 กว่าบาทขึ้นไป จุดเด่นของปากกาด้ามนี้ในความคิดของผม คือ หากใช้งานไปแล้วหัวปากกา หรือ Feed เสียหาย ก็สามารถซื้อ Preppy ในราคาไม่ถึง 100 บาทมาใช้เป็นอะไหล่ได้ เรียกว่าเป็นปากกาที่อะไหล่หาง่าย และราคาถูกมากเลยล่ะครับ
นอกจากนี้ผมยังเคยเห็นในเว็บต่างประเทศว่า Preppy มีหัวปากกาแบบ Rollerball หัวสักหลาด หัวปากกาปากตัดแบบ Marker ถ้าใครมีเพื่อนอยู่เมืองนอก ให้ซื้อส่งมาได้ ก็สามารถเอาไปใส่กับ Plaisir ได้ ทำให้มีหัวปากกาเลือกใช้หลายแบบขึ้นนะครับ
ข้อเสียของปากกาด้ามนี้เท่าที่ผมคิดได้ คือ เรื่องการทำสีแบบอะโนไดซ์ ที่แม้จะมีข้อมูลบอกว่าป้องกันรอยขีดข่วนได้ แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจนัก หากซื้อมาใช้ก็ควรใส่ซองผ้าแยกจากเครื่องเขียนอื่นๆนะครับ
อีกจุดหนึ่งที่เป็นข้อด้อย คือ ปากการุ่นนี้ไม่ได้ให้ที่สูบหมึกมาด้วย จริงๆแล้วปากกาในระดับราคานี้ก็มักจะไม่มีที่สูบหมึกมาให้ครับ อย่าง Pilot Kakuno ก็ไม่ได้ให้ที่สูบหมึกมา หรือ Lamy Safari ที่ราคาแพงกว่า ก็ยังต้องซื้อที่สูบหมึกเพิ่มเองนะครับ และหมึกหลอดของ Platinum ก็มีราคาแพง แถมหาซื้อยากในบ้านเราด้วย แต่เรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับเป็นปัญหาครับ ผมมักจะใช้หลอดและเข็มฉีดยาเติมหมึกใส่หลอดหมึกที่หมดแล้ว และนำมาใช้ต่อไปครับ ที่ดีกว่านั้น คือ เวลาที่เราซื้อ Platinum Preppy มา ข้างในด้ามจะมีหมึกหลอดในหนึ่งหลอด และมีท่อพลาสติกสีดำเล็กๆมาให้อีก 1 ชิ้น อันนั้นน่ะเป็นตัวแปลงที่ทำให้ Preppy หรือ Plaisir สามารถใช้กับหมึกหลอดมาตรฐานได้ครับ
จริงๆแล้วมีบางเว็บที่เอา Plaisir ไปเปรียบเทียบกับปากการุ่นอื่นที่มีราคาแพงกว่า และสรุปมาว่าปากการุ่นนี้น่าใช้กว่าปากกาแพงๆ ยี่ห้อดังๆ บางยี่ห้ออีกด้วยนะครับ แต่ผมไม่ขอนำมาพูดในที่นี้ เพราะไม่ต้องการดิสเครดิตปากกายี่ห้อไหนครับ
ผมอยากให้ผู้นำเข้า Platinum Preppy มาเห็นบทความนี้จัง เผื่อจะได้สั่ง Plaisir มาบ้างครับ แต่เอาเป็นว่า Platinum Plaisir เป็นหนึ่งใน Wish List ของผมแล้ว รอหยอดกระปุกได้เมื่อไหร่ เจอกันแน่
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเขียนได้ราวกับฝันนะครับ
แล้วพบกันใหม่ครับ