top of page

[รีวิวปากกาหมึกซึม] Aurora Style

  • ที่มา: http://penhabit.com/
  • 20 เม.ย. 2559
  • ยาว 2 นาที

Aurora นี่เป็นบริษัทปากกาชาวอิตาเลียน ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1919 ครับ ปากกายี่ห้อนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในไฮเอนของปากกาหมึกซึมเลยครับ โดยปากการุ่นยอดนิยมของ Aurora นี่มีราคาไปตั้งแต่เจ็ดแปดร้อย ไปจนถึงพันกว่าเหรียญเชียว แต่ก็ยังดีที่ Aurora มีปากกาหมึกซึมราคาไม่ถึงหนึ่งร้อยเหรียญให้เลือกเล่นอยู่เหมือนกัน ผมก็เลยหาข้อมูลมาแบ่งปันครับ

ปากกาของ Aurora นี่จะแบ่งออกเป็นซีรีย์ต่างๆ นับตั้งแต่พวก Limited Edition, Special Edition ที่จะมีราคาสูงมาก จากนั้นก็จะเป็นซีรีย์ Prestige ซึ่งราคาก็ยังถึงหกเจ็ดร้อยเหรียญนะครับ ซีรีย์ต่ำลงมาจะเป็น Elite โดยปากกาในซีรีย์นี้จะมีราคาตั้งแต่สองร้อยเหรียญเป็นต้นไปครับ แต่ Aurora ที่เราจะมาคุยกันวันนี้ คือ รุ่น Style ซึ่งอยู่ในซีรีย์ Everyday ครับ ปากการุ่นนี้ราคาขายจะอยู่ที่ราว $70-90 หรือราวสามพันกว่าบาท

บทความนี้ผมแปลมาจากเรื่อง Pen Review: Aurora Style ของบล็อก Pen Habit ครับ แต่ Mr. Matt Armstong เจ้าของบล็อก Pen Habit นี่แกค่อนข้างจะเล่ายาว ผมก็เลยขอตัดมาเฉพาะที่สำคัญๆนะครับ

Mr. Armstrong บอกว่าแกเป็นคนที่ชื่นชอบปากกาหมึกซึมของอิตาเลียนเป็นพิเศษ เพราะว่ามีดีไซน์ที่สดใส น่าสนใจ แต่แกก็ยอมรับว่า ปากกาของอิตาลีนี่มักจะมีราคาแพงอยู่สักหน่อย โดย Top 10 ของปากกาหมึกซึมที่ Mr. Armstrong ชื่นชอบส่วนใหญ่จะเป็นปากกาจากอิตาลีครับ

Mr. Armstrong บอกว่า เขามอง Aurora มาได้สักพักแล้ว เพราะเท่าที่เขาเข้าใจ ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตปากกาหมึกซึมเพียงไม่กี่ราย ที่ยังผลิตหัวปากกาด้วยตนเอง ขณะที่บริษัทส่วนใหญ่จะใช้หัวปากกาของผู้ผลิตหัวปากการายใหญ่จากประเทศเยอรมนีครับ และ Aurora ก็เป็นบริษัทที่ยังคงผลิตหัวปากกาด้วยตนเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Jetpens.com

Aurora Style ที่นำมารีวิวนี้เป็นสีน้ำเงินด้าน Trim ด้วยสีทองอมชมพู หรือ Rose Gold ผู้ทำรีวิวบอกว่า มองปุ๊บก็บอกได้เลยว่าเมดอินอิตาลี รูปทรงของปากกาเป็นทรงซิการ์ ท้ายด้ามปากกามนๆ ส่วนบนของปลอกปากกาจะตัดเฉียงๆ ดูสวยดีครับ

ผู้ทำรีวิวบอกว่า สีด้านๆของปากกาทำให้รู้สึกเหมือนกับเป็นปากกาที่มีราคาถูกไปสักหน่อย ผิวของปากกาจะออกหนืดๆคล้ายกับเป็นยางน่ะครับ Mr. Armstrong บอกว่า น่าจะทำให้ปากกาเป็นรอยได้ง่าย ตัวปากกามีน้ำหนักเบา แต่ผู้ทำรีวิวบอกว่า เขารู้สึกเหมือนกับปากกาจะไม่ค่อยทนทานเท่าไหร่นักนะครับ เท่าที่ผมอ่านรีวิวของเจ้านี้ พอจับได้ว่า ผู้ทำรีวิวออกแนวชอบปากกาที่มีดีไซน์หวือหวา ผิวปากกาเป็นเงาวาวอะไรทำนองนั้นนะครับ ตรงนี้ผมเลยไม่ค่อยมั่นใจในการรีวิวของแก จึงไปดูรีวิวของ www.bestfountainpen.com ประกอบด้วย

Aurora Style ที่ Ms. Jennifer เจ้าของบล็อก Best Fountain Pen นำมาทำรีวิวเป็นสีดำด้าน Trim ด้วยสีทองคล้ายๆกับที่ Mr. Armstrong นำไปทำรีวิวนะครับ แต่ Ms. Jennifer ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับผิวปากกาที่มีลักษณะคล้ายๆยาง ผมไม่แน่ใจว่าปากการุ่นนี้มีการทำผิวหลายแบบรึเปล่านะครับ Ms. Jennifer บอกว่า ปากการุ่นนี้ออกไปในทางค่อนข้างผอมครับ คือ มีขนาดพอๆกับปากกาหมึกเจลทั่วไป อีกเรื่องหนึ่งที่ Ms. Jennifer ออกจะพูดเชิงตำหนินิดๆ คือ ที่ส่วนบนของปลอกปากกา จะมีแผ่นสีทองเป็นรูปทรงโลโก้ของ Aurora ติดอยู่ แต่กลับไม่มีคำว่า Aurora อยู่ด้วยครับ

กลับมาที่รีวิวของ Pen Habit ต่อครับ ปลอกปากกาของ Aurora Style แม้จะปิดสนิทดีแล้ว แต่ก็จะไม่แน่นนะครับ ปลอกปากกายังคงหมุนไปหมุนมาได้ ทำให้รู้สึกเหมือนกับปลอกปากกาปิดไม่สนิท เรื่องปิดปลอกปากกาแล้วยังหมุนได้นี่ เป็นเพราะปลอกปากกาไม่ได้ล็อกติดกับตัวปากกาตรงบริเวณกลางลำตัว แต่ไปล็อกติดกับส่วนบนของ Section ครับ ผมเองก็ไม่ชอบปากกาที่เป็นแบบนี้ครับ หากเจอปากกาแบบนี้ต้องดูด้วยว่าด้านในของปลอกปากกาที่ไปยึดติดกับส่วนบนของ Section มีแหวนสปริงที่เป็นโลหะอยู่รึเปล่านะครับ ถ้าไม่มีปลอกปากกาจะล็อกติดโดยใช้ปลอกปากกาชั้นในที่เป็นพลาสติก พอใช้ไปนานๆมีโอกาสที่พลาสติกจะสึก และทำให้ปลอกปากกาปิดไม่แน่นครับ แต่ถ้ามีแหวนสปริงที่เป็นโลหะ ผมก็ไม่ชอบอยู่ดี เพราะจะเป็นจุดที่มีโอกาสถูกน้ำหมึกบ่อยๆ และทำความสะอาดยาก จะเป็นสนิมได้ง่ายครับ

ตัว Section ทำจากพลาสติก ค่อนข้างผอม แต่ Mr. Armstrong บอกว่า จับได้ถนัดมือดีมากครับ ปากการุ่นนี้ใช้ได้กับหมึกหลอด หรือที่สูบหมึกของ Aurora เอง หรือจะใช้ของ Parker ก็ได้ แต่ Mr. Armstrong บอกว่า ทาง Aurora สามารถให้เลือกใช้หมึกหลอดและที่สูบหมึกมาตรฐานได้ด้วยครับ ถ้าใครสั่งซื้อจากต่างประเทศก็ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับว่าปากกาที่ได้มาใช้หมึกหลอด และที่สูบหมึกแบบไหนกันแน่

หัวปากกาของ Aurora Style ทำจากสแตนเลสชุบทอง Mr. Armstrong บอกว่า หัวปากกายอดเยี่ยมมาก เขียนลื่น การป้อนน้ำหมึกก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหา ความเปียกอยู่ในระดับปานกลาง ปากกาไม่มีปัญหาเรื่อง Hard Start และไม่มีเส้นขาดๆหายๆ เมื่อใช้งานไปนานๆเลย ปากกามีน้ำหนักเบา เขียนได้สบายมือ

ผู้ทำรีวิวเน้นมากว่า หัวปากกาลื่นเหลือเกินครับ ถึงขนาดกับบอกว่า คนที่ชื่นชอบปากกาของ Aurora ไม่ใช่ยอมเสียตังค์ซื้อปากกายี่ห้อนี้เพราะว่าปากกาสวย แต่พวกเขายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อหัวปากกาที่ยอดเยี่ยมนี้ครับ

เรื่องการเขียนนี่ ผมขอนำรีวิวของ Ms. Jennifer มาเสริมนะครับ

Ms. Jennifer บอกว่า Aurora Style เป็นปากกาที่ออกไปในทางค่อนข้างแห้ง ผมลืมบอกไปแต่แรกว่า Ms. Jennifer ทดสอบหัวปากกาขนาด Fine ส่วน Mr. Armstrong ทดสอบหัว Broad ครับ ลองขนาดหัว B บอกว่าเปียกปานกลาง ไม่น่าแปลกใจเลยที่หัว F จะบอกว่าปากกาออกไปในทางแห้งนะครับ แต่ตรงนี้ Ms. Jennifer บอกว่า เป็นข้อดีครับ เพราะสามารถใช้ปากกาด้ามนี้เขียนลงบนกระดาษปฏิทิน หรือพวกแพลนเนอร์ ที่มักจะใช้กระดาษบางๆได้อย่างสบายๆ โดยน้ำหมึกไม่ซึมทะลุด้านหลังครับ

Ms. Jennifer ยืนยันว่า หัวปากกาขนาด Fine ของ Aurora Style ไม่กัดกระดาษแม้แต่น้อย แต่การป้อนน้ำหมึกจะค่อนข้างน้อย ทำให้ลายเส้นบางมาก จนเกือบมีขนาดลายเส้นเกือบจะพอๆกับหัวปากกาขนาด Extra Fine ของยี่ห้ออื่นเลย หัวปากกาที่ทำจากสแตนเลสค่อนข้างแข็ง มาถึงตรงนี้ Ms. Jennifer ก็ยังบอกว่า หัวปากกาไม่กัดกระดาษเลยจริงๆ และเธอยังชอบการออกแบบของ Aurora เกี่ยวกับการป้อนน้ำหมึกได้อย่างสม่ำเสมอด้วย

Aurora Style นี่ตัวปากกาทำจากเรซินนะครับ มีให้เลือกหลายสีเลย นับว่าเป็นปากการุ่นที่ราคาเกือบจะถูกที่สุดของ Aurora แต่ราคาก็ยังปาเข้าไปสามพันกว่าบาทเลยครับ ส่วนตัวผมเคยลังเลว่าจะลองหามาเล่นดีหรือเปล่าอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่ค่อยชอบตรงที่ปลอกปากกาติดกับตัวปากกาไม่แน่นครับ ไว้โอกาสหน้าจะหารีวิวปากกาหมึกซึมของ Aurora รุ่นอื่นๆมาให้อ่านกันอีก เผื่อมีรุ่นไหนโดนใจ จะได้หาเรื่องเสียเงินกันต่อไปครับ 5555

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเขียนได้ราวกับฝันนะครับ

แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี

ความคิดเห็น


 Write like dream: 

 

blog ที่รวบรวมบทความ และรีวิว เกี่ยวกับปากกาหมึกซึม สำหรับผู้ที่รักการเขียนทุกท่าน

 

ท่านสามารถติดตามการอัพเดทข้อมูลของ WLD ได้ทางโดยกด Like ที่ Facebook Page ของ Write Like Dream (คลิก)

 RECENT POSTS: 
 คลิกเพื่อค้นหาข้อมูล 
bottom of page